งานเก่าเก็บ 3.1 ครับ

posted on 27 Nov 2009 12:22 by pkpkpk

ต้องขออภัยนะครับที่ดองมานานเกือบครึ่งเดือน

เป็นเพราะว่าช่วงนี้ที่ผมได้รับทำโปรเจคเยอะแยะมากมายเนื่องจากผมทำงานสายโปรดั๊กชั่น

เวลาหลับเวลานอนอาจจะน้อยตาม เวลาอัพงานเลยน้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

ต้องขออภัย ครับ ในตอนแรกก็ตั้งใจจะเอาไอ้งานโปรเจคที่อดหลับอดนอนกันมาให้ดูกัน 

เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน แต่พอไปเปิดเจอ blog ของเพื่อนๆชาว exteen เข้า

จึงได้รู้ว่าเรามันหลังเขาแค่ไหน กะว่าจะอัพเดตก่อนใครที่ใหนได้ครับ

ของเค้าอัพให้หลังงานเปิดแถลงข่าวแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น อุแม่เจ้า

งานนี้เลยกินแห้วเลยครับ อ้อ!!! ลืมไปงานที่ว่าคือ โฆษณา google transit ตัวใหม่นั่นเองคร้าปป (ทีมงาน+นักแสดง ร่วม100ชีวิต)

pk

ส่วนรายละเอียดก็ตามเค้ากันเลยละกันครับ

http://kennyhass.exteen.com/20091126/google-transit 

 

ว่าแล้วมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

ตอนใหม่ของ the forget me not นี้เป็นตอนต่อจากตอนที่แล้วนะครับ

ไอ้ผมเองก็วาดรูปไม่เก่งหรอกครับ และที่สำคัญ สีน้ำนั้นผมไม่ถนัดเสียด้วย

ภาพผมนั้นวาดด้วยใจเป็นเด็กจริงๆ ครับ งานมันเลยออกมาเป็นแบบนี้

เลอะเครอะ มอมแมม ซนๆ เด็กๆหน่อยครับ

ผมวาดสีน้ำลงบนกระดาษ 80 แกรม (ตามที่หาได้) มันยากมากครับแทบจะดิ้นกันเลยทีเดียว

วาดไปจมน้ำไปครับ เอิ้ก เอิ้กกกกๆๆ

ชอบไม่ชอบก็บอกได้นะครับ จริงๆแล้วอยากให้คนมาอ่าน จะได้มีกำลังทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้นครับ

ว่าแล้วไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ

 

....................................................................

 

 

 

The forget me not

 

episode 3.1 : innocent tears / น้ำตาไร้เดียงสา 

 

(ต่อจากตอนที่แล้ว)

 

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล หลายๆสิ่งก็เริ่มเปลี่ยนไป

ผมเคารพสัจธรรมอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ การเปลี่ยนแปลง

                  .......................................

 

เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามประสาของครอบครัวเล็กๆ

ผมเป็นนักดนตรีที่เล่นบรรเลงความสุขเพื่อแลกกับเงิน

 

  ในตอนนั้นผมมีความสุขมาก กลางวันผมก็เลี้่ยงลูก

ชงนม ซักผ้า ทำงานบ้าน อาบน้ำลูก

ทุกๆอย่างผมทำแทนภรรยาผมทั้งหมด เพราะอยากให้เธอได้พักพ่อนบ้าง

เพราะเธอเองก็รับภาระในการอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กนานถึง 9 เดือนเต็มๆแล้ว


พอตกตอนเย็น ผมก็จะรีบทำอาหารให้เธอทาน และชงนมลูกทิ้งไว้ให้เธอด้วย

เสร็จแล้วผมก็จะอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานในตัวเมืองในช่วงหัวค่ำ

ซึ่งห่างออกไปร่วม 60 กิโลเมตร

 


        เมื่อก่อน ผมจะเล่นดนตรีที่ร้านนี้ที่เดียว และผมก็ได้เจอกับเธอที่นั่น

มีลูกค้าจำนวนมากมากที่ชื่นชอบเสียงดนตรีของผม

และผมเอง ก็เพื่มรายได้ให้สำหรับครอบครัวของผม ด้วยการไปเล่นที่ร้านอื่นเพื่มด้วย

ทำให้ผมมีรายได้มากพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของผมได้

แต่ไม่มากพอซักเท่าไหร่ สำหรับคนอื่น

แต่ในวันนั้น ความจริงของชีวิตผมก็ได้เริ่มต้นขึ้น



          วันนั้นเป็นวันที่ปกติเหมือนกับทุกๆวันที่ผ่านมา

ผมกลับมาจากที่ทำงานตอนกลางดึก คืนนั้นมันเป็นคืนที่มีฝนตกกระหน่ำอย่างรุนแรง

ฝนตกฟ้าร้องอึมครึมดูน่ากลัว ทันทีที่จอดรถ ผมจึงรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน

ทันทีที่ผมได้ไขประตูและผลักประตูเข้าไป


       ผมได้ยินเสียงร้องของลูกชายตัวน้อยของผมร้องไห้จ้า !!!!

เสียงร้องในวันนั้น....น้ำเสียงมันช่างต่างจากเสียงร้องปกติของเขา

เสียงร้องนั้น.....ร้องแผดสุดเสียงและสุดลมหายใจ

ผมตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่ผมเห็นในวันนั้น

คือ ภาพที่ลูกชายของผมกำลังร้องตะเบงสุดเสียง

แข่งกับเสียงของฟ้าฝน ร้องจนตัวเขียวตัวซีด หน้าแดงเป่ง

น้ำตาอาบนองทั้ง2แก้มและที่นอน ผมตกใจมาก!!!!

และสงสารเค้าจับใจ ผมรีบวิ่งเข้าไปคว้าเค้าขึ้นมากอดใว้แนบอก



                    ภายในห้องนั้น มีเพียงเด็กน้อยที่นอนอยู่ตามลำพังเท่านั้น

กองพ้าอ้อมและของเล่นต่างๆกระจัดกระจายเกลื่อนกราดไปทั่วทั้งห้อง

  เด็กน้อยเงียบเสียงลงและมุดลงใต้เสื้อของผม และงับเสื้อพ้าของผม หมับๆ

ผมรู้ในทันทีโดยสัญชาติญาณว่าลูกน้อยคงจะหิวมาก

และได้เวลาทานนมของเค้าแล้วด้วย

ผมเริ่มแปลกใจ ผมจึงเดินตามหาเธอและร้องเรียกชื่อของเธอ

โดยหวังว่าธอคงไม่เป็นอะไร ......แต่ก็ไร้เสียงตอบใดๆทั้งสิ้น


           ผมจึงรีบวิ่งไปชงนมในความอุ่นที่ได้ที่

แล้วประคองป้อนนมลูกน้อยกับอก

เด็กน้อยงับหมับที่จุกนมด้วยความหิว

น้ำตาอาบนองทั้งสองแก้มแล้วก็พล็อยหลับไป

ผมเดินพ่านไปที่ประตูเพื่อตามหาเธอ

เท้าของผมเหยียบเข้ากับกระดาษแผ่นนึงที่ตกอยู่ที่พื้น

ผมก้มตัวลงไป....แล้วหยิบขึ้นมาอ่าน

ในกระดาษแผ่นนั้นมีใจความสำคัญว่า

 

“ ตะวัน.....ฉันขอโทษ ฉันเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำ

ฉันรู้ดีว่าฉันเองไม่สามารถเป็น แม่ ที่ดีได้

และฉันเองก็ยังไม่พร้อมที่จะมีวันนี้

ฉันเฝ้าคำนึงมาตลอดว่า...วันนี้ต้องมาถึง ฉันก็กลัวนะ !!

ฉันคิดว่า ฉันควรจะได้อะไรที่ดีกว่านี้ และคุณควรจะได้ดีกว่าผู้หญิงแย่ๆคนนี้ด้วย

วันเวลาที่ผ่านมา....ขอให้คุณคิดซะว่า

มันก็แค่ ..............ฝันร้าย  ละกัน.... ”

 

 

“ ฉันรู้ดีว่าคุณสามารถดูแลลูกได้ดีกว่าฉัน ฉันมั่นใจ

ฉันขอให้คุณตั้งชื่อลูกว่า........( ภู )

เขาจะได้เข้มแข็ง ยิ่งใหญ่ และไม่อ่อนแอ

ฝากบอกลูกด้วย ว่าฉัน รักเขา แต่ว่าแม่

ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ได้จริงๆ ขอให้คุณคิดซะว่า

ผู้หญิงเลวๆคนนี้ได้ตายไปจากชีวิตคุณกับลูก ก็พอ ”



“ ...........เสียใจ...........”    พิมแพร

 



         วินาทีนั้นผมแทบล้มทั้งยืน!!!  ผมทรุดลงนั่งพิงประตู!!!

ผมไม่สามารถหาเหตุผลใดๆมาอธิบายกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย 

ผมสับสนและเจ็บที่หน้าอก ตัวผมชาเย็ยเฉียบ แขนขาไร้เรี่ยวแรง

ผมนั่งนิ่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น

ทั้งๆที่ประคองลูกน้อยที่กำลังหลับสบายอยู่ในอ้อมอกของผม

ผมไม่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้ ผมต้องนั่งเกร็งตัว เพื่อไม่ให้ลูกน้อยตื่น

แต่น้ำตามันไม่ยอมหยุดไหลเลยแม้แต่น้อย

 

ใจของผมสลาย เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า

ไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหน ผมเคว้งคว้างว่างเปล่าในความคิด

ลูกน้อยละเมอผวาสดุ้งตัวเล็กน้อย !!!   และร้องสะอึกสะอื้น !!

มือน้อยๆของเค้าก็เอาคอเสื้อของผมใว้

เหมือนจะรุ้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพวกเรา

ผมกอดเขาแน่นขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นสบาย เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

วินาทีนั้นมีเพียงแต่ผมกับลูกแค่สองคน

เสียงฟ้าฝนที่โหมตกลงมาอย่างบ้าระห่ำกลับไร้เสียงใดๆ

ผมโน้มตัวลงไปจูบเขาเบาๆที่หน้าผากด้วยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา

และกระซิบบอกกับลูกน้อยว่า



“ ลูกจ๋า ไม่ต้องกลัวนะลูกนะ พ่อจะอยู่ตรงนี้ พ่อจะไม่ทิ้งหนู ไม่ว่าลูกหลับหรือตื่น

หลับให้สบายนะลูกนะ พ่อจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับหนูเอง หลับให้สบายนะลูกนะ ”

 

และผมก็ฮัมเพลงกล่อมเด็กไปพร้อมกับสะอึกสะอึ้นท่วมล้นไปด้วยน้ำตา

เด็กน้อยนอนหลับไหลไปท่ามกลางอกของผู้เป็นพ่อ

โดยที่เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลกใบนี้


             ผมไม่เคยเป็นพ่อคนมาก่อนจึงไม่ชำนาญในเรื่องพวกนี้

ผมดูแลเขาตามประสาที่ผู้ชายคนหนึ่งดูแลเด็กวัย 3 เดือน

ลูกสอนผมเองว่าผมควรที่จะเป็นพ่ออย่างไร ผมเริ่มเหนื่อยและหมดแรง

ผมเผลอหลับข้างๆลูกน้อยด้วยความอ่อนเพลีย

และภาวนาว่าขอแค่ให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝันไป

ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเจอกับเรื่องร้ายเพียงลำพัง ผมหลับไปและไม่รู้สึกตัว

ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงลูกชายร้องขึ้นมาอีกครั้ง !!!

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเขากำลังโยเย !!

ผมยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ ซึ่งเป็นเวลา ตี5 กว่าแล้ว

ผมรีบลุกขึ้นมาอุ้มลูกน้อยที่กำลังหิวเข้าครัว

และชงนมให้เขาอีกขวด เขาดูดนมด้วยแววตาที่ใสซื่อไร้เดียงสา

ผมจับเขานั่งลูบหลังจนเรอออกมาแล้วเขาก็เริ่ม....หลับไปอีกครั้ง.