ประเดิมเรื่องแรกด้วย เนื่องจากทางออฟฟิตของผม เค้าจะมีการจัดปาร์ตี้ บ้า สุดเหวี่ยง กัน

ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม เป็นต้นไป

 

 

 โดยที่เมื่อคืนวานผมก็ออกไปเจรจาธุรกิจ กับพี่ ชีวา จิ๊กโก๋หลังบาร์ (พี่ชายผมเอง)  

ที่ ตัก สุรา ซึ่งพี่แกเค้าเป็นเจ้าของเหล้าชนิดนึงที่จับใจมากซึ่งจะให้พี่แกมาแจมกับเราในงาน

เพื่อให้งานออกมาได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยง เรียกว่างาน อินดี้คุณภาพครัป

 

ถ้าคุณอยากแจมกับพวกยอดมนุษย์ที่สุดของเมืองในด้านต่างๆก็ขอเรียนเชิญนะครับเชิญครับ

คุยกันเสร็จก็ซักราวๆตี2กว่าก็เป็นอันต้องแยกย้ายกันแล้วหละครับ

เพราะเช้าวันนั้นซึ่่งถัดไปอีกซัก2ชั่วโมงผมต้องไปรับงานสตั๊นต์แมนของเรื่อง รุกฆาต

ที่ เวที7สีคอนเสิร์ต เรียกว่าแทบไม่ได้นอนเลยบวกเหล้า ชีวาวับ ของพี่แกเค้าถึงกับออกอาการ วับๆกันเห็นๆ 

 โชว์เสร็จ ก็ประมาณ 12.00 พอดีครับ มาถึงตอนนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้นอนเลย ฟ้าชักเริ่มเหลืองแว้ว

ผมจึงรู้ว่าเดี่ยวจะต้องน้อคแน่ๆ เลยรีบควบมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ กลับบ้านที่จรัญ35 

ระหว่างที่ ถนน ราชพฤกษ์ ช่วงระหว่างแยกบางแค-จรัญ13

 

ผมขับมาในเลนกลางเตรียมแซงขวา(..ผิดนะนั่นหนะ..-_-! )เริ่มง่วงมากครับ เกือบจะหลับใน

ความเร็ว 110 ก.ม/ช.ม มีรถเก๋งสีแดงอยู่คันนึง ท่อดังมาก!  ขับเร็วมากกะจะไปงาน เช็งเม้ง พ่อมัน..!หรือไงไม่รู้

 มันขับ เดอะ ฟาสต์ โฟร์ เดอะ เฟียต มาตัดหน้าผม ขวางอยู่เลนส์กลาง จี้ รถกระบะ คันหน้าอยู่กลางถนน

ด้วยความเร้ว180 กม.ชม. แล้วลดความเร็วกระทันหัน ผมก็ตกใจครับจึง แถซ้ายเข้า ด้านใน ( และคิดในใจว่า พ่อเมิงตายเหรอ...สาดดดดด ) ผมขับตามมาทางด้านหลัง ห่างไม่เกิน100เมตร ดูมันขับรถ กรวนตีน ชาวบ้าน

ที่นี้อีคันหน้ามันที่เป็นกระบะ ก็ขับรถหาบ้านเช่าอยู่ครับ มันคงหงุดหงิดกระมัง

จึงแซงออกขวามือกะว่าจะปาดหน้ากระบะเพื่อสนองอารมณ์ตัณหาและโชว์ชะนีซักหน่อย

ผมเห็นทางเริ่มโล่งทางซ้ายมือ จึงเร่งคันเร่งขึ้นไป ทันใดนั้น มี รองเท้าแตะอยู่ข้างนึง

ปลิวมาโดนหมวกกันน้อกผมอย่างแรงๆ ขอย้ำแรงมาก (เหมือนโดนชกด้วยนวมเลย)

ผมหันไปมายังที่มาของรองเท้าคู่นั้น คุณพระช่วยครับ ผมเห็นคนขายไอติมรถเข็นแท่งละ2-3บาท

ถูกชนกระเด็นด้วยรถเก๋งสีแดงคันนั้นอย่างแรงโดยมันไม่เบรคเลยครับ

ร่างชายตนนั้นปลิว กลางอากาศสูงเท่าตึก 2ชั้น ลงไปตกข้างหน้าผม

ห่างจากจุดที่เค้าโดนชนราว100เมตร ผมหักหลบล้มสไลด์ลงไปกับพื้น

ผมพยายามดึงหัวที่อยู่ในหมวกกันน้อกให้สูงจากพื้น ตัวของผมไปกระแทกกับฟุตบาต

โชคดีที่ไม่แรง ผมถอดหมวกกันน้อกออก หันไปดูคนขายไอติม ที่นอนอยู่กลางถนน

และรถที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูง  ผมรีบวิ่งไปที่เกิดเหตูทันที ด้วยความตกใจ

 

    เขานอนตาเหลือก พงาบๆ อยู่กลางถนน เลือดไหลนองเต็มพื้น

ออกมาจากบริเวณศีรษะ เป็นลิตรๆ ผมควักพ้าเช็ดหน้าเข้าไปซับเพื่อชะลอการไหลของเลือด

และเรียกเค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เค้ามีสติ ร่างการเค้าชักกระตุกและสำรอกเลือดออกมาทางปาก

คนขับรถสีแดง วิ่งตาเหลือกลงมาที่ผมและคนเจ็บ หันมาถามผมว่าโทรแจ้งหรือยัง

ด้วยความตกใจ+โทสะ ผมตะโกน สวนไปว่า แล้ว-ทาม-มาย-เมิง-ไม่่-รีบบบบบบ...โทรฟะ ! อ้ายฟาย

ทันใดนั้น รถแคมรี่คันนึงก็ขับพุ่งมาที่ผม ผมก็กระโดดออกมาที่เกาะกลางถนน

เค้าหักหลบ พวกผมด้วยความเร็ว จนทิ้งดริฟท์กลางถนนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

และจอดกลางถนน ตอนนั้นผมซีดเลยครับ คิดในใจว่า เกือบฉิบหายแล้ว

ผมมาที่คนเจ็บอีกครั้ง ดูท่าทางเค้าเกือบจะทนพิดบาดแพลไม่ไหว

ผมจึงตะโกนเรียกเค้าอีกครั้งเพื่อให้มีสติพร้อมเอามืออุดแพลที่ศีรษะไว้ด้วย

ระหว่างนั้นมีพู้หญิงใส่ชุดพยาบาลมาจากใหนไม่รู้ เข้ามาดูอาการ ผมหันไปรอบ เห็นไทมุงๆอยู่นับร้อยๆคน

ไม่กล้าเข้ามาใกล้ ผมตะโกนบอกให้เค้าชวยกันรถให้หน่อย มันอันตรายมาก  พ่านไปไม่ถึง 3นาที ครับ

เจ้าหน้าที่กู้ถัยจึงมารับช่วงต่อ ผมก็ไปทำแพลที่รถกู้ภัย ผมคิดในใจว่า ผมแทบไม่ได้ช่วยอะไรเค้าเลย

แต่ในตอนนั้นถ้าไม่มีใครซักคน อยู่เป็นเพื่อนกับเค้าตรงนั้นเค้าคงต้องเสียชีวิตแน่ๆ ครับ

ไม่....ทนเจ็บไม่ไหว ก็ รถมาชนซ้ำอย่างแน่นอน แต่ผมเชื่อนะครับว่า เค้าจะต้องปลอดภัยแน่ๆครับ

(เหตุการณ์วันที่ 4/6/2552 เวลา 12.52 น.)

สวัสดีครับ ขอบคุณครับ 

Comment

Comment:

Tweet